• Talat Phlu

โรงสีข้าวที่เก่าแก่ที่สุดแห่งชุมชนตลาดพลู



ตลาดพลูเป็นชุมชนหนึ่งที่มีคนจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และในสมัยการคมนาคมทางบกก็ไม่ได้เอื้ออำนวยเหมือนกับสมัยนี้ การคมนาคมสมัยก่อนจึงต้องพึงทางเรือเป็นส่วนมาก และย่านตลาดพลูก็เป็นย่านที่ติดอยู่ริมคลองเป็นส่วนใหญ่ มีคลองหลายคลองเชื่อมต่อกัน และในสมัยนั้นก็เป็นทางน้ำที่พระมหากษัตริย์ไทยใช้เป็นที่สัญจรไปมาเป็นอย่างมาก ทำให้ลำคลองแห่งนี้ค่อนข้างมีการพัฒนาพอสมควรในสมัยนั้น และริมคลองแถวนั้นก็มีทั้งปั๊มน้ำมัน ร้านของชำ ฯลฯ และวันนี้เราจะพาทุกคนไปชมโรงสีข้าวสีเก่าแก่ที่สุดในชุมชนตลาดพลู ซึ่งเป็นโรงสีข้าวที่อยู่ติดกับริมคลองบางหลวง เรียกว่าแทบจะเป็นมรดกประจำริมคลองเลยก็ว่าได้



นายขวัญ ลีปิพัฒนวิทย์ หรือคุณลุงขวัญ ปัจจุบันอายุ 85 ปี เกิดที่เมืองจีน มณฑลฮกเกี้ยน คุณพ่อของคุณลุงได้มาบุกเบิกอยู่เมืองไทย พอมีลู่ทางทำมาหากินค้าขายที่มั่นคงดีแล้ว จึงได้ให้ลุงขวัญ และคุณแม่อพยพตามมาอยู่ที่เมืองไทยแถวลำพญา เมื่อคุณลุงอายุได้10 กว่าขวบ ลุงขวัญ และพี่น้อง ได้ย้ายเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ที่บ้านคุณตาฝั่งเพชรเกษม ซึ่งเปิดเป็นร้านขายชองชำอยู่ริมคลอง ซึ่งในสมัยก่อนตามต่างจังหวัดไม่มีโรงสีข้าว จึงต้องนำข้าวเปลือกบรรทุกใส่เรือล่องแม่น้ำนำมาสีที่เมืองหลวง



เรือที่บรรทุกข้าวเปลือกจะนำข้าวมาสี และสั่งของชำที่ร้านคุณลุงขวัญ เรียกได้ว่าการค้าขายริมน้ำสมัยนั้นคึกคักค้าขายดีมาก ๆ ถ้าเทียบกับสมัยนี้ก็คือร้านไหนอยู่ริมถนนคนนั้นชนะเลิศ และต่อมาคุณลุงขวัญก็ได้เปิดร้านขายข้าวสารแถวสถานีดับเพลิงในละแวกชุมชนแถวศาลเจ้าพ่อพระเพลิงเก่า ร้านข้าวสารที่คุณลุงขวัญมาเปิดใหม่ก็ค้าขายดีมากจนต้องหาที่ขยายกิจการจนได้มาเจอโรงสีง่วนไถ่ และคุณลุงขวัญก็ได้ทำหารตั้งชื่อโรงข้าวสารใหม่ว่า “โกดังข้าวสารง่วนลีล้ง” คุณลุงรับข้าวมาจากจังหวัดต่าง ๆ และนำมาขายส่งต่อตามร้านค้าในตลาดพลู และละแวกใกล้เคียง



อดีตโรงสีง่วนไถ่ เจ้าของเดิมคือเจ้าของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง มีการรับข้าวเปลือกที่ล่องมาจากจังหวัดต่าง ๆ ทั้งสุพรรณบุรี ราชบุรี เพชรบุรี อยุธยา มาสีที่นี่ แต่พอมีการสร้างถนนเพชรเกษมตัดผ่านโรงสีก็เริ่มซบเซาลง ด้วยการคมนาคมทางบกที่สะดวกมากขึ้นกว่าเดิม ไม่จำเป็นต้องใช้ทางน้ำให้เสียเวลาจากการล่องเรือ เพราะการล่องเรือขนข้าว ช่วงหน้าน้ำใช้เวลาโดยประมาณ 10 วัน และหน้าแล้งอาจจะต้องใช้เวลาเป็นเดือน โรงสีง่วนไถ่จึงเปลี่ยนจากการค้าข้าวเป็น รำ และมีการขายรำได้อยู่พักหนึ่งจึงเลิกกิจการ และประกาศขายโรงสีง่วนไถ่ ลุงขวัญจึงได้เป็นคนซื้อโรงสีง่วนไถ่ และตั้งชื่อโรงสีนี้ใหม่ว่า “โกดังข้าวสารง่วนลีล้ง” และปัจจุบันโกดังแห่งนี้ก็ได้ปิดกิจการไปเเล้วจากหลาย ๆ อย่างที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา



“โกดังข้าวง่วนลีล้ง” นับได้ว่าเป็นสถานที่สำคัญของย่านตลาดพลูที่บอกเล่าถึงความเจริญรุ่งเรืองของการค้าขายในสมัยยุคแรกของตลาดพลูได้เป็นอย่างดี และต้องขอบคุณลุงขวัญที่มาแบ่งปันเรื่องราวที่มีค่าจนอยากจะนั่งฟังเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีตได้ทั้งวัน ถึงแม้คุณลุงขวัญจะอายุเยอะมาก ๆ แล้ว แต่ความจำ และสุขภาพยังคงแข็งแรงอยู่มาก ๆ ทั้งใจดี และอารมณ์ขันตลอดเวลา แต่กลับเรื่องราวในอดีตของตลาดพลูได้ไม่ขาดตกเลย ปัจจุบันลุงขวัญดำรงตำแหน่ง เป็นประธานคณะกรรมการที่โรงเรียนกงลี้จงซัน และดูแลโกดังข้าวเก่าแห่งนี้เป็นอย่างดี เพื่อเป็นมรดกในการเรียนรู้แก่รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป

ดู 187 ครั้ง