• Talat Phlu

ตำนานที่มา 3 ศาลเจ้าย่านตลาดพลู



หลายคนอาจจะได้ยินชื่อเสียงเรียงนามอันเลื่องลือของตลาดพลูล้วนเกี่ยวกับของกิน แต่ยังมีอีกมุมนึงของชุมชนย่านนี้ยังมีศาลเจ้าไว้ให้สักการะกราบไหว้ยามใดที่แวะผ่านไปมาแถวตลาดพลู แต่วันนี้เราจะพาทุกคนไปเปิดโลกทัศน์เกี่ยวกับที่มาที่ไปของศาลเจ้าต่าง ๆ ในชุมชนตลาดพลู ว่ามีเหตุใดถึงได้มาตั้งอยู่ที่นี่


ศาลเจ้ากวนอู ตลาดพลู


ศาลเจ้ากวนอูเป็นศาลเจ้าเล็ก ๆ ในย่านชุมชนย่านตลาดพลูอยู่ติดกับคลองบางกอกใหญ่ตรงข้ามกับศาลเจ้าซำซัวก๊กอ๊วงอายุกว่าร้อยปี งดงามและวิจิตราไปด้วยศิลปะจีนแต้จิ๋ว



เริ่มก่อตั้งตั้งแต่สมัยจักรพรรดิในยุคของจีน หรือสมัยปลายกรุงธนบุรี ปีพุทธศักราช 2324 ของไทย ปัจจุบันศาลเจ้ากวนอูแห่งนี้มีอายุ 240 ปี โดยหลักฐานที่บ่งบอกอายุได้อย่างชัดเจนคือแผ่นป้ายไม้ที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรของจีน



ลักษณะโครงสร้างของศาลเจ้ากวนอูเป็นโครงสร้างไม้ และมีลักษณะสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นซึ่งเสาแต่ละต้นเป็นเสาไม้ที่มีการแกะสลักรูปฟักทองไว้บนสุดของเสา ซึ่งจิตกรรมบนเสาแต่ละต้นล้วนความหมายเกี่ยวกับเจ้าพ่อกวนอูทั้งหมด เรื่องราวเกี่ยวกับหลักการดำเนินชีวิตของเจ้าพ่อกวนอู ผู้ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของความซื่อสัตย์ เสียสละ รักพี่น้องเพื่อนฝูง และรักถิ่นกำเนิด องค์เจ้าพ่อกวนอูมีลักษณะเป็นองค์ไม้แกะสลักที่มีมาตั้งแต่แรกเริ่มดั้งเดิมตั้งแต่ก่อตั้งศาลเจ้า



นอกจากเจ้าพ่อกวนอูแล้ว ยังมีเจ้าพ่อจระเข้ไว้สักการะอีกด้วย ที่มาของเจ้าพ่อจระเข้ก็มีความเชื่อมโยงกับศาลเจ้ากวนอู เนื่องจากศาลเจ้ากวนอูอยู่ติดกับริมแม่น้ำคลองบางหลวง และมีอยู่วันหนึ่งมีจระเข้

ขึ้นมาเกยตื้นตายตรงหน้าศาลเจ้าพอดี ชาวบ้านจึงช่วยกันนำศรีษะของจระเข้ ขึ้นมาไว้กราบไหว้ในศาลเจ้าด้วย


ที่นี่มีงานหลักใหญ่ ๆ คือ งานทิ้งกระจาด ช่วงเดือนสิงหาคม งานแห่ ช่วงเดือนมิถุนายน และงานกินเจมีการเปิดโรงเจให้ทานฟรีถึง 10 วัน สำหรับใครที่สนใจอยากเข้ามากราบไหว้ศาลเจ้ากวนอูที่นี่เปิดให้เข้ามาสักการะทุกวันตั้งแต่เวลา 8:00 – 17:00 นาฬิกา


ศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย


เห้งเจีย หรือ หงอคง เป็นเทพ ตามพงศาวดารจีนเรื่องไซอิ๋ว ซึ่งกล่าวถึงลิงตัวหนึ่งที่เกิดจากหิน บนยอดภูเขา “จิ่วหัวซัน” มีความเก่งกล้าสามารถ มีอาวุธวิเศษในมือ คือกระบองที่ยืดได้ จนไปถึงเทียมฟ้าสวรรค์ และ สามารถหดได้ เหลือเพียงอันเล็ก ๆ ที่สามารถพกพาไปได้ทุกที่ และยังมีพาหนะคู่ใจคือก้อนเมฆ



ที่มาของเห้งเจียที่มาประทับอยู่ที่ชุมชนตลาดพลู แรกเริ่มเดิมทีของศาลเห้งเจียของที่ตลาดพลู อาเตี่ยคือผู้ที่ก่อตั้ง และนำองค์เห้งเจียมาประทับไว้ที่นี่ ซึ้งก่อนหน้านี้เป็นแค่เพลิงไม้ธรรมดา ๆ เท่านั้น



องค์เจ้าพ่อเห้งเจีย ( ไต้เซี้ยฮุกโจ้ว ) เชื่อว่าทรงอิทธิฤทธิ์ มีความปราดเปรียวว่องไว ปราดเปรื่องเรื่องสติปัญญา ได้รับความเชื่อถือศรัทธาแต่โบราณมาช้านาน เมื่อผู้ใดได้มาบูชา กราบไว้ บนบานขอพรแล้วจะประสบความสำเร็จสมดังปรารถนา เจ้าพ่อเห้งเจียเป็นหนึ่งในองค์เทพ ตามคติความเชื่อของชาวจีน เชื่อว่าเป็นองค์เทพที่มาปกปักษ์รักษาศาสนาให้พ้นภัยจากศัตรูหมู่มาร


โรงเจซาแชเซี่ยงตึ้ง


โรงเจซาแชเซี่ยงตึ้ง 1 ปีเปิดให้เข้าไหว้สักการะแค่ช่วงกินเจ ก่อตั้งโดยศิษย์ผู้น้องของผู้ก่อตั้งโรงเจเซี่ยงเข่ง มีอายุมากกว่า 100 ปี ตั้งแต่สมัยที่ยังเรียกย่านธนบุรีว่าจังหวัดธนบุรี โรงเจซาแชเซี่ยงตึ้งตั้งอยู่ติดกับวันขุนจันทร์ ตลาดพลู มีพระพุทธรูปเก่าแก่ประดิษฐานเป็นที่เคารพศรัทธาของคนในพื้นที่ ปัจจุบันโรงเจแห่งนี้ยกให้อยู่ในการดูแลของมูลนิธิป่อเต็กตึ้งมามากกว่า 2 ปีแล้ว



ในสมัยก่อนจะมีคนเฒ่าคนแก่เข้ามาอยู่ที่โรงเจ ภายหลังจากลูกหลานโตพอที่จะเลี้ยงดูตัวเองได้ คนเฒ่าคนแก่ก็จะเข้ามาอยู่ที่โรงเจเพื่อจำศีลสวดมนต์ นั่งสมาธิ และกินเจ เหมือนการถือศีล 5 ถ้าเทียบแบบของไทยก็คือ การบวชพราหมณ์ แต่ทางสายโรงเจไม่ได้เน้นการนุ่งขาวห่มขาวเสมอ จะใส่ก็ต่อเมื่อถึงช่วงเทศกาลกินเจเท่านั้น ถ้าเป็นวันปกติก็จะใส่ชุดสีชุดธรรมดาทั่วไป



ปัจจุบันไม่มีคนเฒ่าคนแก่เข้ามาพักอาศัยกันที่โรงเจแล้ว เนื่องจากคนเฒ่ารุ่นใหม่ลูกหลานค่อนข้างเป็นห่วง และไม่ได้แข็งแรงเหมือนคนเฒ่ารุ่นเก่า ซึ่งในสมัยก่อนคนเฒ่าคนแก่ที่เข้ามาพักส่วนมากล้วนดูแลตัวเองได้ และช่วยกันทำกับข้าว แบ่งหน้าที่กันดูแลรับผิดชอบสิ่งของในศาลเจ้าโรงเจ


สายโรงเจแบ่งออกเป็น 2 แบบ จะมีแบบทานต้นหอมผักชี กับไม่ทาน เพราะในเทศกาลการกินเจจะมีข้อห้ามคือไม่ให้ทานต้นหอมผักชี แต่ถ้าในช่วงเวลาปกติที่ไม่ได้อยู่ในช่วงเทศกาลกินเจสายโรงเจที่เคร่งแบบสมัยก่อนก็จะไม่ทานต้นหอม กุยช่ายเลย



ที่โรงเจซาแชเซี่ยงตึ้งปีนึงมีงาน 4 ครั้ง ครั้งแรกคือช่วงตรุษจีน มีการสวดมนต์ ทำบุญเสริมดวงชะตา แก้ปีชง สะเดาะเคราะห์ งานทิ้งกระจาด งานกินเจ และเทศกาลไหว้ขอพรพระเจ้าสิ้นปี


สุดท้ายแล้วความเชื่อความศรัทธาไม่ว่าจะคนชนชาติใดทุกคนล้วนต้องอยู่กับความเชื่อเพื่อเป็นสิ่งยึดมั่นจิตใจ และต้องมีความศรัทธาในการขับเคลื่อนชีวิตให้มีเส้นทางเสมอ มนุษย์คงเป็นสิ่งมีชีวิตที่หลงทางถ้าชีวิตหนึ่งชีวิตของเราไร้ซึ่งความเชื่อ ความศรัทธา และชีวิตจะปราศจากจุดหมายปลายทางถ้ามนุษย์เรานั้นต่างหมดความศรัทธาในความเชื่อ...

ดู 464 ครั้ง